หน้าแรก ข่าวสาร กิจกรรม โปรโมชั่น คู่มือเกม

วิธีการเล่นเกม Creatures เบื้องต้น !

     หากใครกำลังงงว่าเล่นยังไง ลูกศรหมายถึงอะไร ใช้สกิลอย่างไร ขอเชิญมาพบกับไกด์ที่จะทำให้คุณเล่น Creatures ได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุดกันอีกต่อไป จะมีหัวข้ออะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย !

 

ทำยังไงถึงจะทำคอมโบได้มากขึ้น ?

การที่จะทำคอมโบให้มากขึนนั้น ขึ้นอยู่กับลูกศรที่ซ้อนทับกัน และจำนวนลูกศรที่ชี้ไปทิศทางเดียวกันกับที่ศัตรูอยู่ โดยสามารถเอา Creature ที่มีลูกศรซ้อนทับกัน ไปล้อมศัตรูเพื่อทำคอมโบก็ได้เช่นกัน ดังนี้เลย

1. ลูกศรรอบๆ รัว Creatures ของเรานั้น จะบอกว่า Creatures สามารถโจมตีไปยังทิศทางไหนได้บ้าง และถ้ายิ่งมีลูกศรซ้อนกัน จะยิ่งทำคอมโบได้มากขึ้นดังนี้ : ไม่มีลูกศรทิศนั้น แปลว่าไม่โจมตีทิศนั้น / มีลูกศร 1 ขั้น แปลว่าทำดาเมจ 1 รอบต่อครั้ง / มีลูกศร 2 ขั้น แปลว่า ทำดาเมจ 2 รอบต่อครั้ง / มีลูกศร 3 ขั้น แปลว่า ทำดาเมจ 3 รอบต่อครั้ง และถ้าหากศัตรูมีขนาดตัวมากกว่า 1 ช่อง (และเราสามารถใช้ลูกศรข้างๆ ของเราโจมตีใส่ศัตรูที่ขนาดเกินช่องมาได้ ในรูปจะสังเกตได้ว่า ลูกศร 2 ขั้นทั้งสอง ชี้ไปยังศัตรูที่มีขนาดตัวเกิน 1 ช่อง และขึ้นคอมโบถึง 4 คอมโบ) 

2. และยังสามารถนำไปประยุกต์ เพื่อนำไปทำคอมโบ และดาเมจที่มากขึ้นร่วมกับ Creatures อื่นๆ เพื่อดาเมจที่มากขึ้นได้ด้วย !

 

สกิลชาร์จ กับไม่ชาร์จต่างกันยังไง ?

1. สกิลแบบไม่ชาร์จ คือสกิลที่สามารถกดใช้ได้เมื่อหลอด Energy เต็ม เมื่อกดใช้แล้วสกิลประจำตัวจะแสดงผลทันที

2. สกิลแบบชาร์จ คือสกิลที่สามารถกดใช้ได้เมื่อหลอด Energy เต็ม เมื่อกดใช้แล้วจะมีแสงรอบๆ ตัว Creature ที่ใช้สกิล และต้องเดินไปอย่างน้อย 1 ช่อง สกิลประจำตัวจึงจะผล

สถานะบัฟ และดีบัฟต่างๆ

ในระหว่างการต่อสู้ เรามีโอกาสที่จะได้รับบัฟ หรือดีบัฟอยู่ตลอดเวลา เรามาทำความรู้จักกับเจ้าบัฟ และดีบัฟเหล่านี้เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมกันดีกว่า !

1. Buff หรือบัฟ นั้นคือสถานะชั่วคราวที่ส่งผลดีกับ Creature ของเรานั่นเอง แบ่งซ้ายไปขวาจากบรรทัดบนลงไปได้ดังนี้

- เพิ่มพลังโจมตีชั่วคราว
- เพิ่มพลังป้องกันชั่วคราว
- เพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกันชั่วคราว
- เพิ่มอัตรา Energy หลอดท่าไม้ตายที่จะได้รับชั่วคราว
- เพิ่มค่า HP สูงสุดชั่วคราว
- ได้รับบาเรียดูดซับดาเมจชั่วคราว

2. Debuff หรือดีบัฟ นั้นคือสถานะชั่วคราวที่ส่งผลเสียกับ Creature ของเรานั่นเอง แบ่งซ้ายไปขวาจากบรรทัดบนลงไปได้ดังนี้

- ลดพลังโจมตีชั่วคราว
- ลดพลังป้องกันชั่วคราว
- ลดอัตรา Energy หลอดท่าไม้ตายที่จะได้รับชั่วคราว
- ลดค่า HP สูงสุดชั่วคราว
- ไม่สามารถเดินได้ชั่วคราว
- ลดช่องการเดินจาก Penalty หาก Creatures แพ้ธาตุของด่านนั้นๆ
- ลดพลังโจมตีและป้องกันชั่วคราว
- ลดผลการฮีลชั่วคราว

 

สกิลและ Active สกิล รวมไปถึง Leader สกิลแตกต่างกันอย่างไร และมีผลอะไรบ้าง ?

1. สกิลนั้นจะเป็นความสามารถที่จะแสดงผลอัตโนมัติ โดยสกิลนี้นั้นจะติดมากับ Creature ตั้งแต่แรกโดยสกิลนั้นจะติดมากับ Creature ได้มากสุด 2 สกิลด้วยกัน จะแบ่งเกรดของสกิลตั้งแต่ D ไปจนถึง S และผลของสกิลแต่ละเกรดจะสูงขึ้นตามลำดับ

2. Active สกิล นั้นก่อนที่จะแสดงความสามารถได้นั้น ต้องใช้ Energy (แต่ละสกิลของ Creature จะบอก Energy ที่ต้องจ่ายในการใช้สกิลอยู่ข้างๆ ชื่อสกิล) และกดใช้เสียก่อน และ Active สกิลนั้นสามารถอัพเกรดเพื่อเพิ่มผลได้โดยใช้ Gold ทำได้ด้วยการกดปุ่มอัพเลเวลสกิลข้างๆ และจะอัพได้สูงสุดที่เลเวล 10 และเราสามารถกดที่ชื่อสกิลเพื่อดูผลของสกิลได้ด้วย

3. Leader สกิล นั้นจะแสดงผลต่อเมื่อนำ Creature ดังกล่าวไปใส่ช่องหัวหน้าทีม และสกิลนี้จะส่งผลให้ทั้งทีม ถ้าหากเงื่อนไขตรงกับที่ Leader สกิลกำหนดไว้ เช่น [เพิ่มพลังป้องกันธาตุน้ำ 200] ถ้าหากในทีมของเรามี Creature ธาตุน้ำตัวอื่นๆ ก็จะได้รับผลนี้ด้วย 

การจัดทีมตามธาตุ

ในเกม Creatures นั้น ระบบ Leader Skill ส่วนใหญ่แล้วจะช่วยเพิ่มพลังโจมตี หรือพลังป้องกัน ให้กับเพื่อนร่วมทีมที่มีธาตุเดียวกันกับผู้นำทีม ดังนั้นการจัดทีมแบบธาตุเดียวกันทั้งหมด อาจเป็นหนึ่งในไอเดียที่ดี แต่เมื่อมีข้อดี ก็ย่อมมีข้อเสียเช่นกัน เพราะหากเพื่อนๆ ผจญภัยในด่านที่ทีมของเพื่อนๆแพ้ธาตุ ก็อาจจะลำบากอยู่ไม่น้อย เช่น เมื่อจัดทีมธาตุไฟ แล้วไปตะลุยด่านที่เป็นธาตุน้ำ ก็อาจโดนอัดจนจุกได้เลยทีเดียว แนะนำให้ชำนาญในเรื่องสกิลของ Creatures แต่ละตัวเสียก่อน และควรรู้ว่าธาตุไหนชนะอะไร แพ้ธาตุอะไร เพียงเท่านี้ เราก็จะสามารถใช้ทีมตามธาตุได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว

 

การจัดทีมตามเผ่าพันธุ์

มี Creatures บางส่วนที่มี Leader Skill ที่ช่วยส่งผลดีกับ Creatures ในเผ่าเดียวกันอยู่บ้าง ดังนั้นการจัดทีมแบบตามเผ่าค่อนข้างยืดหยุ่นกว่าการจัดทีมตามธาตุ เพราะ Creatures ในเผ่าเดียวกัน อาจมีธาตุที่แตกต่างกันได้ ดังนั้นการจัดทีมแบบนี้ค่อยข้างสมดุล และตะลุยไปได้เกือบจะทุกแผนที่ในโลกของ Creatures เลยทีเดียว แต่การจัดทีมแบบนี้อาจจะมีปัญหาด้านการแพ้ธาตุ (เพราะธาตุที่เราใช้จะผสมกัน) และถ้าหากตัวละครของเราตัวใดตัวหนึ่งเกิดแพ้ธาตุของศัตรู จะส่งผลเสียที่ตามมาก็คือ ตัวละครตัวนั้นของเราอาจจะตายไวขึ้น หรือเราต้องคอยไปป้องกันตัวละครตัวนี้มากขึ้น ทำให้แผนการเล่นของเราอาจไม่เป็นดังหวัง แนะนำให้จัด Creatures สายฮีลลงไปในทีมอย่างน้อย 1 ตัว เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน